นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
เวลาที่ได้ยินว่าคุณตาคุณยายคนไหนมีอายุยืนยาวเป็นร้อยปี สำนักข่าวต่าง ๆ ก็จะไปสัมภาษณ์ถามถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองของคุณตาคุณยายกันใหญ่ และการที่มีคนให้ความสนใจมากขนาดนั้นก็แสดงให้เห็นว่า เราทุกคนต่างก็ต้องการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีแล้ว ผลวิจัยเขายังบอกมาอีกด้วยว่า พฤติกรรมของตัวเราเองก็มีส่วนทำให้เรามีอายุยืนได้เหมือนกัน แถมยังช่วยให้เรามีบั้นปลายชีวิตที่มีความสุขมากขึ้นอีกด้วย
1. มีสติ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง
ในปี 2012 หนังสือ The Longevity Project เขาได้ทำการสำรวจผู้ที่มีอายุเกิน 80 ปี แล้วพบว่า คนที่มีลักษณะนิสัยรอบคอบ ใช้ชีวิตด้วยสติปัญญา จะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น โดยนักสำรวจก็ได้ชี้แจงต่อว่า บุคลิกภาพและลักษณะนิสัยจากวัยเด็กสามารถบ่งบอกช่วงชีวิตของคนเราได้เลย โดยคนที่ใช้ชีวิตในวัยหนุ่มสาวด้วยสติ ความรอบรอบ และมีความรับผิดชอบในตัวเอง มักจะมีชีวิตที่ยืนยาวที่สุด
เนื่องด้วยคนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้ มีแนวโน้มจะดูแลชีวิตตัวเองได้เป็นอย่างดี และรู้จักหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต เหมือนกับคนที่รู้จักเอาตัวรอด นอกจากนี้ผลวิจัยยังชี้แจงต่อไปอีกว่า แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานทางชีวภาพที่แน่ชัดว่าทำไมคนที่มีลักษณะนิสัยรอบคอบ มีสติ และรู้จักระมัดระวังตัว จะมีชีวิตที่ยืนยาวกว่า แต่ที่แน่ ๆ ผลการศึกษาก็แสดงให้เห็นถึงระดับความแตกต่างของสารเซโรโทนิน (serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่อยู่ในสมอง และสารเคมีตัวอื่น ๆ ระหว่างคนที่มีลักษณะนิสัยรอบคอบ และคนที่มีลักษณะนิสัยตรงกันข้ามด้วย
2. หัวเราะง่าย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยชิวาได้ทำการทดลองเรื่องการมีอายุยืน โดยเขาได้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมของกลุ่มคนสูงอายุ และพบว่า คนสูงอายุส่วนมากมักจะมีอารมณ์ดี และเป็นคนหัวเราะง่าย และผู้มีอายุเกิน 100 ปี กว่า 230 คนก็มีนิสัยหัวเราะง่ายแบบนี้เช่นกัน ทำให้เขาพอจะตีความได้ว่า บุคลิกยิ้มและหัวเราะง่ายเป็นคุณสมบัติเด่นที่สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติที่ดีของบุคคลนั้น ๆ และการใช้ชีวิตด้วยทัศนคติที่ดี ก็ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ซึ่งน่าจะสัมพันธ์กับสุขภาพในแง่ดี ๆ อีกหลายด้านเลยทีเดียว
3. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
ผลวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร PloS Medicine เมื่อปี 2010 แสดงให้เห็นว่า กลุ่มคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีแนวโน้มอายุยืนมากขึ้นถึง 50% ด้วยคำอธิบายว่า การปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ไม่ได้มีผลประโยชน์ในด้านแค่จิตใจของเราเท่านั้น แต่มีผลประโยชน์ดี ๆ กับด้านสุขภาพร่างกายด้วย เพราะการได้ออกไปอยู่ในวงสังคมที่หลากหลาย จะทำให้เราได้มีมุมมองใหม่ ๆ ได้รับรู้ข่าวสารสาระสำคัญต่าง ๆ อีกทั้งยังได้ร่วมแชร์ความรู้สึกซึ่งกันและกันอีกด้วย
4. มองโลกในแง่ดี
นักวิจัยที่ค้นพบว่า คนหัวเราะง่ายมักจะมีอายุยืน เขาก็ได้ค้นพบว่าคนที่มีลักษณะนิสัยมองโลกในแง่ดีก็มีแนวโน้มมีอายุยืนด้วยเช่นกัน โดยนักวิจัยได้อธิบายสนับสนุนผลการวิจัยไว้ว่า แม้ผลวิจัยจะแสดงให้เห็นว่า คนในช่วงวัย 70-100 ปี จำนวนมาก มีลักษณะนิสัยและทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ทำให้ไม่สามารถฟันธงได้ว่า คนที่มีอายุยืนเขาจะมีนิสัยมองโลกในแง่ดีตลอดชีวิตของเขาหรือเปล่า
แต่อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยก็ยังสามารถยืนยันได้ว่า บุคลิกภาพและลักษณะนิสัยมองโลกในแง่ดี จะทำให้เรามีทัศนคติในเชิงบวก ส่งผลให้จิตใจและสุขภาพร่างกายได้รับประโยชน์ไปด้วย เลยมีแนวโน้มจะมีสุขภาพกายและใจที่ดีกว่า รวมทั้งอายุก็จะยืนยาวขึ้น
5. มีความสุขอยู่เสมอ
ว่ากันว่าคนที่มีความสุข จิตใจก็จะผ่องใส เป็นเรื่องจริง ยืนยันได้จากผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่พบว่า ผู้สูงอายุที่มีความสุขจะมีอัตราเสียชีวิตน้อยลง 35% หรือมีอายุยืนมากขึ้นอีก 5 ปี นักวิจัยประเมินผู้สูงอายุมากกว่า 3,000 คน โดยได้ทำการสังเกตอัตราความสุขของพวกเขาตลอดทั้งวัน และเฝ้ารอผลการวิจัยในอีก 5 ปีต่อมา ซึ่งผลวิจัยก็ได้ทำให้นักวิจัยพากันทึ่ง เนื่องจากความสุขสามารถทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวมากขึ้นจริง ๆ แม้แต่คนที่กำลังป่วยเรื้อรังก็ยังสามารถประคองชีวิตตัวเองได้อีก 5 ปีเลยทีเดียว
6. ชอบเข้าสังคม
เมื่อปี 2009 มีการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารผู้สูงอายุของอเมริกัน จากผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีอายุเกิน 100 ปีส่วนมากจะมีพฤติกรรมชอบเข้าสังคม และมีอัตราความเสี่ยงเป็นโรคประสาทน้อยมากถึงมากที่สุด โดยนักวิจัยได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ชอบเข้าสังคม จะมีความมั่นคงทางอารมณ์ที่มากกว่า ทำให้รู้จักจัดการกับสภาะความเครียดได้ดีกว่าคนที่ชอบเก็บตัว หรือมีโลกส่วนตัวสูงนั่นเอง
ถ้าดูจากลักษณะนิสัยทั้ง 6 ข้อจะพบว่า นิสัยเหล่านี้ช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างเข้าใจโลกความเป็นจริงมากขึ้น หลีกเลี่ยงความเครียด ใช้ชีวิตบนความสุขและทัศนคติที่ดี เท่านี้ก็ทำให้เรามีความสุขทั้งกายทั้งใจ พลอยทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีขึ้นตามไปด้วย และที่สำคัญช่วยให้อายุยืนขึ้นอีกด้วย
สุขภาพดีไว้ก่อน ด้วยการเลือกอาหารตามช่วงอายุ
ขึ้นชื่อว่าอาหาร ไม่ว่าจะคาว หวาน เชื่อว่าใคร ๆ ก็สนใจ แต่จะมีสักกี่คนที่จะใส่ใจ ทำให้อาหารมื้อที่คุณกำลังรับประทานอยู่นั้นเหมาะสมกับช่วงวัย และเป็นประโยชน์ มีคุณค่าต่อร่างกายของตัวเอง
ในหมู่คนยุคใหม่อย่างเรา เห็นทีว่าต้องหันมาบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในชีวิตประจำวันกันบ้าง เช่น บริโภคผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน โดยเลือกผักและผลไม้ที่มีสีต่าง ๆ กัน เพราะในผักผลไม้นี้จะทำให้ร่างกายได้รับเส้นใยอาหารแลพไฟโตเคมิคัลที่มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น ไลโคปีนในมะเขือเทศ แคโรทีนอยด์ในแครอท และคลอโรฟิลด์ในผักใบเขียว ซึ่งเจ้าสารออกซิแดนท์นี้ เป็นสาเหตุของการแก่ก่อนวัยและการเกิดโรคภัยต่าง ๆ
ในการเลือกรับประทานอาหาร อย่างที่บอกไปนั้นว่าจะเป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อร่างกาย อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเพิ่มความสวยความงามได้อีกด้วย ซึ่งเราควรจะใส่ใจเลือกรับประทานอาหารตามช่วงอายุวัย เพราะในแต่ละช่วงอายุมีความแตกต่างกันในด้านพัฒนาการของร่างกายและลักษณะการดำเนินชีวิต เรื่องราวของอาหารที่เกี่ยวข้องกับช่วงอายุทั้ง 4 ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใดที่คุณจะลองทำตาม
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 2
ช่วงอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเป็นช่วงที่ร่างกายมีการพัฒนาและเติบโตเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน และเป็นวัยที่ใช้ชีวิตอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยิ่งมีการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันมากเท่าไร ร่างกายก็ยิ่งเผาผลาญและใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
โดยเลือกรับประทานจำพวกเนื้อสัตว์ และถั่วต่าง ๆ รวมถึงข้าวและแป้งมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยผักผลไม้เป็นอันดับสอง ส่วนนมและอาหารทดแทนแคลเซียมต่างๆ เช่น เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ตามมาเป็นอันดับสาม และให้ความสำคัญกับไขมันเป็นอันดับสุดท้าย
ปลาเป็นอาหารสมองที่ช่วยรักษาผนังเซลล์ประสาทในสมองให้แข็งแรง ไม่หลงลืมอะไรง่าย ๆ ผักสีเขียวอย่างผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักคะน้า ถั่วฝักยาว ช่วยบำรุงสายตา สร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ผักผลไม้สีเหลืองอย่างกล้วยหอมก็ถือเป็นผลไม้คลายเครียดชนิดหนึ่ง
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 3
อายุขึ้นเลข 3 หลายคนเริ่มตกใจกลัว แต่การรู้จักเลือกรับประทานจะทำให้ผู้อื่นไม่สามารถเดาอายุคุณจากรูปร่างหน้าตาได้เลย ในช่วงเริ่มวัยผู้ใหญ่ความต้องการพลังงานยังคงอยู่ เพราะเป็นช่วงชีวิตของการทำงาน แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องของไขมันและคอเลสเตอรอลที่จะส่งผลกระทบกับรูปร่างหน้าตาภายนอกที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในอนาคตด้วย เพราะการรับประทานอาหารที่มีไขมัน หรือคอเลสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น เนยแข็ง กะทิ เนยเทียม เป็นต้น จะสร้างปัญหาให้หลอดเลือดและหัวใจ
แต่คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอล เช่น ปลาทะเล ช่วยลดความดันโลหิต พวกถั่วเมล็ดแห้งอย่างถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ และมีโปรตีนสูงเพื่อให้พลังงานแทนสัตว์ใหญ่ได้อีก อาหารจำพวกข้าว ธัญพืชไม่ขัดสี อย่างข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท มีใยอาหารสูง ช่วยให้อิ่มท้องนานและส่งผลดีต่อระบบลำไส้
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 4
วัยทองถูกเรียกแทนวัย 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากสภาพร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผู้หญิง ส่วนผู้ชายวัยนี้ก็จะเริ่มมีโรคต่าง ๆ ที่ไม่เคยออกอาการ ซึ่งเรียกกันว่าเป็น "วิถีทางธรรมชาติ" แต่ทั้งนี้การชะลอวัยหรือป้องกันโรคต่าง ๆ ที่มากับวัยไม่ได้ยุ่งยากเกินกว่าที่เราจะทำได้
สำหรับช่วงวัยนี้ความต้องการพลังงานจะลดลง แต่ความต้องการแคลเซียมและวิตามินต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้รับจากผักผลไม้ที่มีกากใยอาหารสูง แล้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีจากอาหารที่หารับประทานได้ง่าย เช่น ส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ แคนตาลูป ส่วนอาหารที่มีวิตามินอี ได้แก่ น้ำมันพืช เนยถั่ว ถั่วลิสง อัลมอนด์
นอกจากนี้ควรรับประทานเต้าหู้ โปรตีนไขมันต่ำ ซึ่งให้แคลเซียมมากกว่าเนื้อสัตว์อย่างอื่น แต่ไม่ควรลืมหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวเร่งความแก่ให้เร็วขึ้น เช่น อาหารไขมันสูง ประเภททอดกรอบ หรือผัดน้ำมันมาก ๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มคาเฟอีนทั้งหลาย
วัยที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5
การก้าวเข้าสู่ช่วงวัย 50 เป็นต้นไปนั้นไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจด้วย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวัยนี้คุณควรเข้าใจการทำงานของร่างกายที่มีประสิทธิภาพลดลง โดยเฉพาะระบบการย่อยการดูดซึมอาหาร ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่าง
ช่วงนี้คุณอาจไม่รู้สึกกระหายน้ำเท่าไหร่ แต่ควรดื่มน้ำให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพื่อป้องกันการขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ควรรับประทานคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง และพยายามเลือกชนิดไม่ขัดสี เน้นอาหารจำพวกปลาเพื่อไม่ให้ขาดโปรตีน ที่สำคัญคือเป็นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย
วัยนี้จะพบปัญหากระดูกพรุน กระดูกเปราะอย่างชัดเจน ดังนั้น ควรได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ อาหารแคลเซียมสูงอยู่ในนม โยเกิร์ตชนิดครีม เนยแข็ง หรือแม้แต่ปลาตัวเล็กตัวน้อย พวกผักใบเขียวก็มี เช่น คะน้า กวางตุ้ง และบรอกโคลี จะช่วยลดปัญหาเรื่องกระดูกให้รุนแรงน้อยลง การแก้ไขภาวะขาดน้ำอาจให้ดื่มน้ำสมุนไพร เช่น กระเจี๊ยบ เก๊กฮวย น้ำใบเตย นอกเหนือจากน้ำเปล่า เพราะช่วยบรรเทาโรคบางอย่าง และให้ประโยชน์กว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
สิ่งสำคัญไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยใดควรดูแลเรื่องการกินอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโรคหรือไม่ก็ตาม เพราะคนส่วนใหญ่มักจะดูแลตัวเองเมื่อพบว่าตัวเองมีโรคหรือมีปัญหาสุขภาพแล้วเท่านั้น นอกจากนี้การเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวระหว่างวันให้มาก ทำบ่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย จะช่วยให้สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประโยชน์ด้านระบบการไหลเวียนเลือด ควบคุมน้ำหนักตัว และลดความเครียดของร่างกายได้
กินดีรักษาสิวได้ ด้วยวิธีกินรักษาสิวให้หายใน 2 สัปดาห์
เวลามี "สิว" โผล่มาเยี่ยมเยียนบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นเล็กเม็ดใหญ่ มาหมู่หรือมาเดี่ยว มันก็เป็นเรื่องให้เราต้องเดือดเนื้อร้อนใจอยู่เสมอ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องสิว ๆ ขี้ประติ๋วอย่างที่เขาว่ากันเลย และเจ้าสิวตัวนี้ก็ตามรังควานได้ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นวัยแรกรุ่น วัยสาว วัยผู้ใหญ่ ไปจนกระทั่งวัยทองวัยหมดประจำเดือน พึ่งยากินยาทาก็แล้ว แต่พอผ่านพ้นไปได้ไม่นานเมื่อหมดฤทธิ์ยา สิวก็กลับอีก เป็นวงจรแบบนี้อยู่ร่ำไป น่าเหนื่อยหน่ายจริง ๆ
1. เพิ่มโอเมก้า 3 ด้วยน้ำมันตับปลา
เริ่มต้นด้วยการเสริมโอเมก้า 3 ให้ร่างกาย กรดไขมันที่มีประโยชน์นี้ช่วยให้เซลล์แข็งแรง ต่อต้านอาการอักเสบได้ดี จึงทำให้อาการของการอักเสบของสิวทุเลาลง ทั้งยังบรรเทาอาการแดงและระคายเคือง ทำให้ผิวหนังกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นผิวจึงไม่แห้งกร้าน ทำให้สิวที่กำลังเป่งหายเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้มันยังช่วยในการผลิตฮอร์โมนอารมณ์ดีของร่างกาย ที่ไม่เพียงทำให้จิตใจแจ่มใสเบิกบาย แต่ยังทำให้ผิวพรรณผุดผ่องตามไปด้วยนะคะ
โดยคุณสามารถได้โอเมก้า 3 จากการกินปลา ซึ่งควรบริโภคสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือเพื่อความสะดวกจะกินน้ำมันปลาในรูปอาหารเสริมแทนก็ได้
2. ลดหวาน
น้ำตาลเป็นอีกหนึ่งตัวการของการเกิดสิว ไม่ว่าจะมาในรูปของน้ำตาลที่เราใช้ปรุงอาหาร หรือมาจากอาหารที่มีความหวานอยู่แล้วในตัว ถึงแม้จะเป็นความหวานจากธรรมชาติอย่างผลไม้ต่าง ๆ ก็ตาม
ในช่วง 2 สัปดาห์นับจากนี้ คุณจึงควรลดการบริโภคความหวานเสีย เพราะความหวานเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะมีสภาพเป็นกรด ทำให้เซลล์เกิดการอักเสบได้ง่าย จึงไม่ดีกับผิวที่เป็นสิวแน่ ๆ แถมยังส่งผลเสียกับระบบฮอร์โมนอีกต่างหาก เมื่อบริโภคหวานมากไป อินซูลินจะถูกหลั่งออกมามากขึ้น และอินซูลินที่ไหลพรั่งพรูก็จะไปกระตุ้นฮอร์โมนอื่น ๆ ให้หลั่งออกมาผิดปกติอีกเช่นกัน โดยหนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนแห่งความเครียด ที่เมื่อคุณเครียดแล้วสิวก็จะผุดตามออกมาเป็นผลพวงพ่วงมาอีกนั่นเองค่ะ เห็นผลเสียที่น้ำตาลให้กับร่างกายคุณมากขนาดนี้แล้ว อย่างงี้จะไม่ลดการกินหวานได้ยังไงกันล่ะ
3. ลด-เลี่ยงแป้งขัดขาว
อาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตส่งผลต่อผิวพรรณของคุณไม่ต่างไปจากน้ำตาล เพราะเมื่อคุณกินเข้าไป มันก็จะถูกย่อย และเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้นได้ โดยคาร์โบไฮเดรตแต่ละประเภทก็จะเพิ่มระดับน้ำตาลในเส้นเลือดในอัตราต่าง ๆ กัน ตามดัชนีชี้วัดที่เรียกว่า ไกลเซมิก อินเดกซ์ (Glycemic index) ซึ่งมีค่าที่ 1-100 โดยแป้งขัดขาวนั้นถูกจัดให้มีดัชนีไกลเซมิกสูงถึง 100 เลยทีเดียว และยิ่งดัชนีตัวนี้สูง ก็ยิ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเส้นเลือดมาก ส่งผลกระทบต่อไปยังเรื่องเซลล์ที่จะอักเสบง่าย และผิวพรรณที่มีปัญหาสิวอยู่แล้วทรุดลงกว่าเดิม เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้สิวหายเร็วหายไว ก็ต้องเลี่ยงและลดการบริโภคแป้งขัดขาวด้วยนะคะ ไม่ว่าจะมาในรูปข้าว ขนมปัง หรือธัญพืชก็ตาม
4. กินผักใบเขียวเยอะ ๆ
ผักใบเขียวมีทั้งคลอโรฟิลและวิตามินเออยู่เพียบ ซึ่งนอกจากดีต่อร่างกายแล้วยังมีประโยชน์ต่อผิวมาก ๆ ทั้งต่อต้านสิว ริ้วรอย การอักเสบของผิว รวมทั้งทำให้ผิวแข็งแรงทนต่อแสงแดดที่มาทำร้ายได้ดีขึ้น ลองเพิ่มสลัดถ้วยเล็ก ๆ เป็นเครื่องเคียงของทุกมื้อ ใส่มันลงในไข่เจียว ปั่นรวมกับสมูธตี้ เท่านี้คุณก็กินผักเพิ่มขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ
5. กินโปรตีนดี ๆ
โปรตีนช่วยให้สิวคุณหายได้ไวขึ้น ด้วย 2 คุณสมบัติเด่น ๆ ประการแรกคือ มันช่วยรักษาสมดุลของดัชนีไกลเซมิก จึงไม่ทำให้ร่างกายรู้สึกโหยหรือเพลีย จนเผลอซัดขนมหวาน ๆ เติมเข้าไปให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นและได้น้ำตาลมาบ่อนทำลายผิวอีก ส่วนประการที่สองนั้น ก็เพราะโปรตีนช่วยซ่อมแซมและเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ทำให้สิวทุเลาไว แผนจากสิวหายได้เร็วขึ้น อีกทั้งคอลลาเจนในผิวของคุณก็เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเหมือนกันนะ กินโปรตีนไปช่วยเสริมโปรตีนแบบนี้ ผิวจะได้สวยเต่งตึงยืดหยุ่นด้วยไงล่ะ
โปรตีนดี ๆ ที่สาว ๆ กินได้หายห่วง ก็คือโปรตีนที่ได้จากพืช เช่น ผักโขม สาหร่ายสไปรูลินา ถั่วบางชนิด รวมไปถึงกรีกโยเกิร์ต ส่วนโปรตีนที่ได้จากสัตว์ก็เห็นจะเป็นไข่ขาวจากไข่ต้ม ส่วนโปรตีนจากเนื้อนั้นสามารถกินสลับ ๆ กันไปได้ โดยเน้นเนื้อที่ไม่ติดมันจะดีที่สุด
6. เติมแบคทีเรียดี ๆ ให้ลำไส้
เคยได้ยินกันไหมคะว่าลำไส้ของเราเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียตั้งไม่รู้กี่ล้านตัว แต่แบคทีเรียนี้ก็มีทั้งที่ดีและไม่ดี แบคทีเรียตัวดี ๆ ก็ช่วยย่อยช่วยในการขับถ่าย ส่วนตัวร้าย ๆ ก็ปล่อยของเสียออกมาให้ร่างกายดูดซึมผ่านผนังลำไส้ใหญ่เข้าไป แล้วก็จะไปเผยผลเสีย ๆ หาย ๆ ที่ผิวพรรณของเราก่อนเป็นอันดับแรก กรณีนี้ก็เช่นเเดียวกับสาว ๆ ที่ขับถ่ายดีมีผิวพรรณสดใส ส่วนใครที่ท้องผูกบ่อย ลำไส้แปรปรวน ก็มีผิวพรรณที่หมอง แถมยังหน้าเป็นสิวอีกต่างหาก
การกินของคุณมีส่วนสำคัญที่สุดที่จะกำหนดได้ว่าในลำไส้ของคุณจะมีแบคทีเรียแบบไหน ถ้าอยากให้สิวหายไวก็ต้องเติมแบคทีเรียที่ดีเข้าไป ซึ่งคุณจะได้แบคทีเรียที่ดีจากอาหารอย่างโยเกิร์ต นมเปรี้ยว มิโสะ กิมจิ ของดอง (ที่คุณดองเองจริง ๆ ไม่ใช่ของดองที่ขายตามในซูเปอร์มาร์เก็ต) เพียวโกโก้ ฯลฯ เป็นต้นค่ะ
7. กินผักให้มาก
ไม่ใช่แค่เน้นกินแต่ผักใบเขียวเท่านั้น คุณยังต้องเผื่อแผ่การบริโภคไปถึงผักสีต่าง ๆ ชนิดอื่น ๆ ด้วย ร่างกายจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน ทั้งวิตามินเอ บี ซี และเค
ทั้งนี้วิตามินเคที่พบได้ในผักกาดหอม ช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด ผิวพรรณจึงดูเปล่งปลั่งขึ้นได้ ส่วนแครอท มันเทศ ฟักทอง ซึ่งอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ก็ช่วยต่อต้านสิวได้เหมือนกันนะ ยารักษาสิวอย่างแอคคิวเทนที่จริงแล้วก็เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบเบต้าแคโรทีนนะ ฉะนั้นกินให้ได้เบต้าแคโรทันจากผัก สิวก็จะหายได้ ในราคาที่ถูกกว่ากันเยอะเลย
8. ดื่มชาเขียวชนิดไร้คาเฟอีน
ชาเขียวมีประโยชน์กับร่างกายเหลือล้น อย่างที่ใคร ๆ ก็รู้ว่ามันมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เต็มเปี่ยม ช่วยต่อต้านสิวและการอักเสบได้ดีสุด ๆ การดื่มชาเขียวเป็นประจำทุกวันจึงดีกับผิวพรรณของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย เว้นเสียแต่คาเฟอีนที่ได้จากชากลับทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง คุณจึงรู้สึกเพลียและอยากอาหารหวาน ๆ ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เผลอฟาดขนมนมเนยเข้าแบบลืมควบคุมตัวเอง เพราะฉะนั้นมารับประโยชน์จากชาเขียวเต็ม ๆ แบบไม่มีคาเฟอีนมาเกี่ยว ด้วยชาเขียวชนิดไร้คาเฟอีนดีกว่า (Decag green tea) และอย่าลืมดื่มเพียว ๆ แบบไม่เติมน้ำตาลด้วยนะ
9. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ บีบน้ำมะนาวผสมในน้ำด้วย
การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำให้เป็นนิสัย และถ้าเป็นไปได้ลองบีบน้ำมะนาวเพิ่มลงไปในน้ำที่คุณดื่มดูด้วยสิ น้ำมะนาวช่วยดีทอกซ์ร่างกายโดยรวม โดยเฉพาะที่ตับซึ่งเป็นอวัยวะที่กรองสารพิษออกจากร่างกาย ถ้าระบบภายในดี ผิวพรรณที่อยู่ด้านนอกก็จะดีตามไปด้วยได้ไม่ยาก นอกจากนี้มันยังเต็มไปด้วยวิตามินซีที่ทำให้ผิวสุขภาพแข็งแรง และช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ผิวที่เป็นสิวจึงดีวันดีคืนหากคุณได้ดื่มน้ำผสมน้ำมะนาวทุกวันนั่นเองค่ะ
ปัญหาสิวรักษาได้ใน 2 สัปดาห์ด้วยการกิน จากสิวที่จะปะทุหรือกำลังเป่ง ๆ ก็แห้งลง แต่ทางที่ดี คุณก็ควรจะปรับเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป ถ้าทำได้ล่ะก็ร่างกายจะดีจากภายในสู่ผิวพรรรภายนอก ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ อยู่ในวัยไหน ก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาสิวอีกเลยล่ะ
กินอย่างไรไม่ให้ขาดวิตามิน
กินอย่างไร ไม่ให้ขาดวิตามิน (Lisa)
การรับประทานอาหารซ้ำซากอาจทำให้ขาดวิตามินได้ โดยเฉพาะวิตามินเอ และ บี ที่สำคัญยิ่งต่อสุขภาพ
วิตามิน เอ จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องพึ่งพาสังกะสี และวิตามินอีซึ่งได้จากไขมัน เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอได้ดี นอกจากนี้วิตามินเอยังมีมากในผักใบเขียว ซึ่งมักสูญเสียวิตามินหนึ่งในสาม หากเจอกับออกซิเจนและแดด
อาหารที่มีวิตามินเอ เช่น ตับ ไขแดง ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเนื้อมัน เนื้อ ผักสีเขียว และสีเหลือง
อาการขาดวิตามินเอ จะมีผิวแห้งและหยาบกร้าน เล็บแตกเปราะง่ายและมีจุดขาวๆ หากขาดมากจะมองไม่เห็นในตอนกลางคืน หากขาดนานๆ จะทำให้ตาบอดได้
วิตามินบี 1 ถูกทำลายได้ง่ายเมื่อเจอความร้อนและออกซิเจน หรือระหว่างการหุงต้มก็ทำให้สูญเสียวิตามินไปประมาณ 30% จึงไม่ควรล้างผักนานและควรใช้วิธีนึ่งจะดีกว่า
วิตามินบี 1 มีมากใน ถั่วชนิดต่างๆ ข้าวกล้อง รำข้าว เนื้อหมู ไข่
อาการขาดวิตามินบี 1 ทำให้การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไม่ดี เบื่ออาหาร หงุดหงิดง่าย อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ หรือคันแขนคันขา หากขาดวิตามินบี 1 มากจะทำให้หัวใจอ่อนแรงและกล้ามเนื้อเป็นแผล
วิตามินบี 2 สูญเสียได้ง่ายในน้ำ ดังนั้จึงควรรับประทานน้ำต้มด้วย แสงไฟเป็นตัวทำลายวิตามินชนิดนี้ ดังนั้นจึงควรเก็บไว้ในที่มืด
วิตามินบี 2 มีมากใน ตับ เนื้อไก่ นม ไข่ ธัญพืช
อาการขาดวิตามินบี 2 มุมปากเป็นแผล ลิ้นและเยื่อปากอักเสบ โรคโลหิตจาง ผู้ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดและยาต้านโรคซึมเศร้าอาจขาดวิตามินชนิดนี้
วิตามินบี 3 หรือไนอาซิน หากรับประทานยา L-Dopa พาราเซตามอล หรือ Diazepam อาจทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี 3 เพิ่มสูงขึ้น
วิตามินบี 3 มีมากใน ปลาเนื้อมัน เนื้อไก่ ตับ ถั่ว
อาการขาดวิตามินบี 3 มังสวิรัติ หรือ ผู้ทานโปรตีนน้อย อาจทำให้ขาดวิตามินบี 3 ได้ อาการก็คือ ซึมเศร้า ผิวแห้งแตก อ่อนเพลีย และนอนไม่หลับ
วิตามินบี 5 การทำให้สุกทำให้สูญเสียวิตามินบี 5 ถึง 50% หากแช่แข็งจะทำให้สูญเสียวิตามินบี 80% ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารสดสม่ำเสมอ
วิตามินบี 5 มีมากใน ผักเกือบทุกชนิด ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ปลา ไข่แดง ผักสีเขียว ธัญพืช
อาการขาดวิตามินบี 5 กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่ขาดอาหารโรคเบาหวาน นักกีฬา และผู้ที่ใช้แรงงาน อาการก็คืออ่อนเพลีย กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง คลื่นไส้ ปวดท้อง ปวดศีรษะ
วิตามินบี 6 การรับประทานยาบางชนิดจะทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี 6 เพิ่มขึ้น เช่น ยากันชัก วิธีป้องกันไม่ให้สูญเสียวิตามินชนิดนี้ก็คือ ไม่ให้โดนแสงแดดและถูกความร้อน
วิตามินบี 6 มีมากใน เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ วัว หมู ไข่ ปลา นม
อาการขดวิตามินบี า6 นอนไม่หลับ ติดเชื้อง่าย อ่อนเพลีย มีปัญหาผิวพรรณ ปากแห้งแตก ลิ้นและปากอักเสบ แต่คนที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปมักไม่ขาดวิตามินชนิดนี้
สุขภาพช่องปากดี ด้วยการเลือกยาสีฟัน
คุณกำลังเป็นคนที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับช่องปากบ่อย ๆ หรือเปล่า? เป็น ๆ หาย ๆ อาการเช่น เหงือกอักเสบ อาการเสียวฟัน ฟันเหลืองง่าย เพราะชอบทานชา กาแฟ และสูบบุหรี่ นั่นแหละคุณกำลังเสี่ยงกับทุกปัญหาสุขภาพเหงือกและฟันที่จะสามารถทำลายช่องปากคุณได้แบบถาวร เพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดีของคุณ ควรเริ่มจากการเลือกยาสีฟันที่เป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
เลือกยาสีฟันจากอะไร
1. ฟองยาสีฟัน
ความรู้สึกแรกที่ยาสีฟันเข้าไปในปาก จะมีความเหนียวและแตกเป็นฟอง ซึ่งคุณหมอคารร์ ระบุว่า ฟองยาสีฟันไม่ได้มีประโยชน์ในการกำจัดสิ่งสกปรกใด ๆ แต่เป็นเพียงเป็นตัวช่วยที่ทำให้เนื้อยาสีฟันแทรกซึมเข้าไปในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ยากเท่านั้นค่ะ
2. สี กลิ่น และรส
โดยทั่วไปแล้ว ยาสีฟันจะผ่านการเติมสีเพื่อให้ดูน่าใช้มากขึ้น ซึ่งสีในยาสีฟันที่เป็นสีสังเคราะห์จากพืชจะไม่ติดผิวฟัน ส่วนกลิ่นหอมในยาสีฟันมักจะสกัดมาจากธรรมชาติ เช่น กลิ่นมิ้นต์ เมนทอล หรือกลิ่นผลไม้ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น
นอกจากนั้น ในยาสีฟันมักจะมีรสหวานเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการเติมสารให้ความหวานจากธรรมชาติที่ไม่ทำให้ฟันผุ เช่น ไซลิทอล (xylitol) ซอร์บิทอล (sorbital) นั่นเอง
3. ฟลูออไรด์ (Fluoride)
คือแร่ธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติ ซึ่งคุณหมอกล่าวว่า ฟลูออไรด์ในยาสีฟันมีหน้าที่กำจัดกรดที่เกาะอยู่ตามผิวฟัน จึงช่วยให้ฟันผุได้ยากขึ้น ซึ่งเรามักจะพบส่วนผสมนี้มากในยาสีฟันตามท้องตลาดค่ะ
4. สารยับยั้งแบคทีเรีย (Anti – Bacterail agent)
ยาสีฟันบางยี่ห้อมีการผสมสารช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่ชื่อว่า ไตรโคลซาน (Triclosan) ซึ่งเป็นสารที่คณะกรรมการอาหาร และยา ประเทศสหรัฐอเมริการับรองว่าไม่เป็นอันตราย หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม
นอกเหนือไปจาก 4 ข้อข้างต้นแล้ว การเลือกยาสีฟันสำหรับผู้ที่มีปัญหาช่องปากก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยขจัดปัญหาช่องปากอย่างเฉพาะจุดให้หมดไป โดยมีเทคนิคการดังต่อไปนี้
1. เลือกยาสีฟันที่มีสารสกัดส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ และสมุนไพร จะช่วยปรับสมดุลสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง ขจัดคราบฟันเหลือง และช่วยดับกลิ่นปากได้ดีกว่า เช่น ว่านหางจระเข้, น้ำมันต้นชา, ซิลิกา, สะระแหน่ และเมนทอล
2. ปัญหาฟันเหลือง ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนประกอบสารฟอกฟันขาว ที่เน้นสารสกัดจากธรรมชาติเช่น ซิลิกา จะได้ไม่ไปทำลายชั้นนอกของเนื้อฟัน
3. สำหรับคนที่มีแผลในช่องปาก ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่ปราศจากสารก่อฟอง ซึ่งอาจจะสะสมก่อให้เกิดโรคร้ายได้ ควรเลือกยาสีฟันเนื้อเจลสกัดจากธรรมชาติจะดีต่อสุขภาพช่องปาก
4. สำหรับผู้มีอาการเสียวฟัน ให้เลือกยาสีฟันชนิดที่ป้องกันการเสียวฟัน ซึ่งเนื้อยาสีฟันชนิดเจลจะลดปริมาณสารขัดฟัน และสมุนไพรอย่างคาร์โมมายล์จะช่วยบรรเทาอาการเสียวฟันได้
5. ยาสีฟันชนิดที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ ควรเลือกชนิดที่มีสารไซลิทอลเป็นองค์ประกอบ เพราะไซลิทอลเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ จะไม่เกิดการหมักหมม และไม่ถูกสลายให้เป็นกรดโดยเชื้อจุลินทรีย์ในปาก จะช่วยทำให้เกิดความสมดุลของความเป็นกรดกับด่างในช่องปากได้ดี
นอกจากนี้การดูแลความสะอาดด้วยการแปรงฟันให้ถูกวิธี ก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การแปรงฟันที่ดีต้องให้ขนแปรงกระทบเหงือกเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของให้แข็งแรง และอย่าลืมแปรงลิ้นเพื่อปัดทำความสะอาดคราบสกปรกที่ติดลิ้น ช่วยลดกลิ่นปากได้นะคะ ตามด้วยขั้นตอนเก็บตกด้วยการขัดฟันด้วยไหม ควรทำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หลังมื้ออาหาร หรือก่อนนอน เพื่อกำจัดเศษอาหาร
ทำครบตามขั้นตอนแค่นี้ก็เป็นยืดอายุฟันได้ยาวนาน เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี


















ฟรี สล็อตออนไลน์ - คาสิโนออนไลน์ เล่นฟรี กับจีคลับ | GClub มาเล่นคาสิโนออนไลน์ กับเกมสล็อตยอดนิยม โป๊กเกอร์ หรือบาคาร่าฟรี เกมสล็อตที่ดีที่สุด กับ ⭐Gclub⭐ ทดลองเล่นฟรีได้แล้วที่นี่
ตอบลบgclub , gclub casino , จีคลับ , gclub online , ทางเข้า gclub , gclub ผ่านเว็บ , สมัคร gclub , gclub mobile
ช่วยได้เยอะเลยครับมีประโยชน์สำหรับคนเริ่มลดน้ำหนักที่ออกกำลังกายเเล้วน้ำหนักไม่ลดลงสักทีมาดูบล็อกตัวนี้ช่วยได้เยอะเลยครับ
ตอบลบฟรี สล็อตออนไลน์ - คาสิโนออนไลน์ เล่นฟรี กับจีคลับ | GClub มาเล่นคาสิโนออนไลน์ กับเกมสล็อตยอดนิยม โป๊กเกอร์ หรือบาคาร่าฟรี เกมสล็อตที่ดีที่สุด กับ ⭐Gclub⭐ ทดลองเล่นฟรีได้แล้วที่นี่
ตอบลบgclub , gclub casino , จีคลับ , gclub online , ทางเข้า gclub , gclub ผ่านเว็บ , สมัคร gclub , gclub mobile